หัวหน้า ลูกน้อง ปัญหาคาใจ ทำอย่างไรไม่กล้าบอก

บทความโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

Official website, please click: http://www.aclc-asia.com

คำถามที่ได้รับบ่อยครั้ง จากผู้เข้าอบรมคือ “ทำอย่างไรดี อยากบอกให้หัวหน้าปรับปรุงตัว แต่ไม่กล้าบอก” ดิฉันมักถามก่อนว่า “คิดอย่างไรจึงไม่บอก” คำตอบที่มักได้รับคือ  ไม่อยากทำเกินหน้าที่ลูกน้อง เพราะไม่แน่ใจว่าหัวหน้าจะรับได้ไหม

หากมองความกังวลนี้ จากมุมมองด้านวัฒนธรรมที่แตกต่าง ก็พอจะเข้าใจได้ เมื่อประมาณสามสิบกว่าปีที่แล้ว นักจิตวิทยาสังคมที่มีชื่อเสียง Geert Hofstede ซึ่งเคยทำงานอยู่ที่ IBM ได้ศึกษาความแตกต่างด้านวัฒนธรรม โดยสำรวจจากพนักงานในองค์กรข้ามชาติใน 40 ประเทศ   และได้สรุปความแตกต่างออกมาหลากมิติ  และหนึ่งในนั้นคือ ความแตกต่างด้านระยะห่างของอำนาจ (Power Distance)  ความหมายของข้อต่างนี้คือ ยิ่งดัชนีระยะห่างน้อย (Low Power Distance) มุมมองของคนยิ่งมีแนวโน้มไปในทางที่ว่า บุคคลในองค์กรมีความเท่าเทียมกันมาก และได้รับโอกาสในการแสดงความเห็นและร่วมตัดสินใจได้มาก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องตำแหน่ง หรือความอาวุโส ในทางตรงกันข้าม เมื่อดัชนีระยะห่างสูง (High Power Distance) ผู้ที่เป็นลูกน้อง ก็มักจะเห็นว่า ควรทำตามคำสั่ง มิบังอาจไปบอกหรือแนะนำหัวหน้าว่าควรทำอย่างไร

ด้านหนึ่งที่ช่วยคลี่คลายให้บรรยากาศการพูดคุยเปิดเผยเกิดขึ้นได้ คือกำหนดวัฒนธรรมการสื่อสารที่องค์กรต้องการ องค์กรมองว่า วัฒนธรรมรูปแบบใดจากสองแบบที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่องค์กรอยากปลูกเสริม เพื่อการสื่อสารและการร่วมงานกันที่มีประสิทธิผล ก็ควรทำให้ทั้งผู้บริหารและบุคลากรเข้าใจตรงกันและนำไปปฏิบัติ

  ด้านวิธีการพูดของลูกน้อง ขอแบ่งปันเทคนิคดังนี้

  • หาช่วงเวลา ที่หัวหน้ามีเวลาพูดคุย และไม่เลือกช่วงที่เขากำลังเครียดหรือกดดัน
  • ขออนุญาตก่อน ก่อนที่จะพูดเพื่อให้ข้อมูลสะท้อนกลับ
  • ในการบอก ไม่ควรอ้างว่า มาจากคนอื่น หากเราเองก็ไม่ชอบให้คนพูดถึงเราลับหลัง หัวหน้าก็เช่นกัน
  • สำหรับวิธีการพูด ไม่ควรพูดเชิงตำหนิ เช่น “พี่ฉุนเฉียว”  “พี่ใช้คำพูดแย่มาก”  “พี่รู้ตัวไหมว่าพี่ชอบใช้อารมณ์กดดันคนอื่น”  หากเน้นที่ชื่อของเขา จะฟังดูเป็นเชิงต่อว่า ที่ไม่ว่าใครๆก็รับได้ยาก
  • เราอาจเปลี่ยนเป็น “ผมสังเกตว่า…….. “  “ผมเป็นห่วงว่าจะทำให้……”  “ตัวผมเองเชื่อว่า พี่คงอยากให้ผู้ฟัง รู้สึกมีกำลังใจในการเปลี่ยนแปลงมากกว่า”  
  • ลูกน้องควรเปิดใจกว้างโดยการถามในตอนท้าย “เรื่องนี้พี่คิดอย่างไรครับ” เพื่อให้เห็นว่า คุณเองก็พร้อมรับฟังเหตุผลของเขาเช่นกัน

36415db5b1204889b93b618014c911fc

คิดให้ทัน สื่อสารให้เป็น ทำอย่างไร

THINK ON YOUR FEET® คืออะไร

บทความโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

ในการบริหารงานและบริหารคนในปัจจุบัน องค์กรมากมายต่างหันมาให้ความสำคัญ และเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารและบุคลากร ในการเพิ่มสมรรถนะด้านการคิดและสื่อสาร ที่เพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และลดความเสียหายจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน  ที่สำคัญสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกๆวัฒนธรรมและภาษา  

ทักษะ Think on Your Feet® ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ แพร่หลายในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก รวมถึงใน สิงค์โปร์ มาเลเซีย  จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และองค์กรชั้นนำในประเทศไทย

Think on Your Feet® การเรียนและฝึกปฏิบัติทักษะนี้จะช่วยให้เราถ่ายทอดความคิดได้อย่างเชื่อถือ  ทำให้กล้าสื่อสารในสิ่งที่คิดได้อย่างมั่นใจ ทันกาล ข้อแตกต่างของหลักสูตรนี้จากหลักสูตรการสื่อสารอื่นๆ คือ เทคนิคนี้จะเน้นที่การสื่อสารภายใต้ความกดดัน เช่นไม่มีเวลาเตรียมตัว ตอบข้อโต้แย้ง ตอบคำถาม สถานการณ์จัดการยากต่างๆ ทั้งการสื่อสารตัวต่อตัว รวมถึงการสื่อสารกับคนกลุ่มใหญ่ เป็นต้น

ผู้ที่เรียนไปแล้วสรุปให้ด้วยว่า  “Clarity is money™”  การนำไปใช้ ไม่ใช่ดีต่อการพูดเท่านั้น แต่ยังช่วยในการเขียน การสรุปประเด็นอย่างรวดเร็วในการอ่านและการฟังได้อีกด้วย

ลิขสิทธิ์การสอนในประเทศไทยตามหลักการเรียนการสอนที่ถูกต้อง โดย แอคคอมแอนด์อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล เท่านั้น  กรุณาระวังผู้ลอกเลียนแบบ ผู้นำไปดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต และที่ไม่ถูกต้องทั้งหลักการสอนและตามกฏหมายลิขสิทธิ์ 

Think on Your Feet techniques and tools will show you how to do so

Exclusively delivered in Thailand by AcComm and Image International

© Copyright – All rights reserved.
AcComm & Image International 
Contact us: Tel +66 2197 4588-9
Email: info@aclc-asia.com
http://www.aclc-asia.com