ทักษะการโค้ช VDO

เทปบันทึก สัมภาษณ์ ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ  ในรายการ Club Jobber

การโค้ช (Coaching)

การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching)

 บทความโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

การพัฒนาผู้บริหารในรูปแบบการโค้ชกำลังเป็นที่นิยมทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบที่ผู้บริหารมีโค้ชมืออาชีพเข้ามาเป็นผู้ช่วยหรือคู่คิด หรือการพัฒนาให้ผู้บริหารเป็นโค้ชในองค์กร เพื่อใช้การโค้ชเป็นหนึ่งวิธีในการบริหารจัดการทีมงานของตนเอง ปัจจุบันองค์ความรู้ด้านการโค้ชเป็นระบบ และมีการวิจัยสนับสนุน มีวารสารตีพิมพ์งานวิจัยในต่างประเทศเฉพาะด้านการโค้ชผู้บริหารระดับสูงมากกว่า 55 ฉบับ ในต่างประเทศมีสถาบันการศึกษาที่เปิดให้เรียนระดับปริญญาด้านนี้โดยเฉพาะ

hero3

การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching) หมายถึง กระบวนการการพัฒนาในรูปแบบตัวต่อตัว เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้บริหาร โดยมักเป็นความสัมพันธ์แบบเป็นทางการ ระหว่างหน่วยงานที่ว่าจ้าง ซึ่งอาจเป็นฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ หรือผู้รับผิดชอบด้านศักยภาพผู้บริหาร และมีโค้ชผู้บริหาร และแน่นอนคือผู้บริหารที่ได้รับการโค้ช ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบหรือผลกระทบต่อผลงานและบรรยากาศของทีมและขององค์กร

การสำรวจจากสถาบันต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (ค.ศ. 2009) เผยว่า โค้ชผู้บริหารมักได้รับการว่าจ้างไปช่วยผู้บริหารในด้านใดบ้าง

  1. ช่วยพัฒนาความสามารถของผู้บริหารระดับต่างๆที่มีศักยภาพในการเติบโตต่อไปขององค์กร  
  2. โค้ชทำหน้าที่คล้ายๆเป็นกรรมการหรือคนกลางที่ผู้อื่นมักขอความคิดเห็น มุมมองเกี่ยวกับด้านกลยุทธ์ต่างๆ ขององค์กร
  3. โค้ชช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ตกรางบางประการของผู้บริหารที่อาจส่งผลต่อคนรอบข้างและองค์กร
  4. โค้ชช่วยเพิ่มสมรรถนะในการผลักดันและขับเคลื่อนทีมงานของผู้บริหารให้เกิดประสิทธิผล

อบรมการสื่อสาร หลักสูตรการสื่อสาร

นอกจากชื่อเสียงและการบอกต่อแล้ว คุณสมบัติของโค้ชที่องค์กรมักมองหานั้น มักพิจารณาคุณสมบัติเช่น 

หนึ่งสมรรถนะหลักของโค้ชและความเข้าใจในกระบวนการโค้ช ถ้าเราอิงจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ (International Coach Federation) ก็จะมีสิบเอ็ดข้อ สถาบันอื่นๆก็นิยามออกมาคล้ายกัน  โดยพื้นฐานแล้วโค้ชที่ดีเชื่อในศักยภาพของคน และเข้าใจว่ากระบวนการโค้ชเป็น การเปลี่ยนแปลงจากภายในตัวหรือแรงจูงใจของผู้ได้รับการโค้ช (inside-out)  มากกว่าจากแรงจูงใจภายนอก (outside-in) ถึงแม้บางครั้งจะพิจารณาการสนับสนุนจากสิ่งแวดล้อมบางประการ

สองคือ มีพื้นฐานจิตวิทยาบ้าง หรือเข้าใจปัจจัยที่หล่อหลอมพฤติกรรมของคน

สามเป็นผู้ที่บริหารจัดการสัมพันธภาพระหว่างบุคคลได้ดี มีทักษะการสื่อสารและสร้างปฏิสัมพันธ์ เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์  เพราะพฤติกรรมผู้บริหารระดับสูงมักมีผลกระทบต่อภาพใหญ่ด้วย     

สี่เป็นเรื่องจริยธรรม วางตัวน่าเชื่อถือ เป็นที่ไว้วางใจและเก็บความลับได้

สำหรับโค้ชผู้บริหารระดับสูง องค์กรมักมองหาเพิ่มอีกข้อคือ โค้ชเข้าใจธุรกิจ ระบบและพลวัตรขององค์กรได้ดี มองภาพใหญ่ได้ สื่อสารกับผู้บริหารระดับสูงได้เข้าอกเข้าใจกัน

กระบวนการโค้ช เริ่มจากการพูดคุยกันก่อน เพื่อความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกัน จากนั้นโค้ชจะสื่อสารให้เข้าใจขั้นตอนและกระบวนการ  ข้อจำกัด  ความโปร่งใส  และความหมายของการโค้ช นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความรับผิดชอบที่ผู้บริหารต้องมีคืออะไร  ประเด็นหรือเป้าหมายการพัฒนาเป็นด้านใด ตกลงกันว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ การเข้าใจให้ตรงกันตั้งแต่ต้นสำคัญต่อกระบวนการที่ตามมา หลังจากการโค้ช มักมีการประเมินผลซึ่งขึ้นอยู่กับข้อตกลงตั้งแต่ต้น ว่าจะทำอย่างไร   

ความสำเร็จในการโค้ชขึ้นอยู่กับตัวผู้บริหารเองด้วย โค้ชซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก บางท่านเช่น ดร. มาแชล โกลด์สมิท (Dr. Marshall Goldsmith) โดยปกติไม่รับค่าตัว ถ้าผู้บริหารไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากการโค้ช ดังนั้นท่านจะคุยกับผู้บริหารให้มั่นใจก่อน และประเมินว่าเป็นผู้ที่โค้ชได้หรือไม่  อีกทั้งมีความตั้งใจที่จะพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่  ไม่เช่นนั้นท่านก็จะแนะนำให้ติดต่อโค้ชท่านอื่นหรือใช้วิธีอื่นๆในการพัฒนาแทนนะคะ

การโค้ชผู้บริหาร โดย ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ

 

Official website:  www.aclc-asia.com

Contact us:

(66) 2197 4588-9

Email: info@aclc-asia.com

Coaching คืออะไร

อบรม Coaching and Mentoring
hat is Coaching? การโค้ชคืออะไร

ในอดีต ศาสตร์และศิลป์ของการโค้ชยังไม่มีความชัดเจน ผสมผสานอยู่ในหมวดการบริหาร การเยียวยาทางสุขภาพ จิตวิทยา และอื่นๆ กว่าจะมาเป็นศาสตร์เฉพาะด้าน ก็ผ่านวิวัฒนาการและการค้นคว้าศึกษาต่างๆมาไม่น้อยเลย

การโค้ชหมายถึง การเป็นคู่คิดในการเรียนรู้ พัฒนา เปลี่ยนแปลง ให้กับผู้ได้รับการโค้ช  โดยใช้กระบวนการ   การเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ และกระตุ้นให้ผู้ได้รับการโค้ชมีแรงบันดาลใจ ในการนำศักยภาพในตนเองทั้งด้านส่วนตัวและในงาน ออกมาใช้สูงสุด  (แปลจากนิยามของสหพันธ์โค้ชนานาชาติหรือ ICF)

www.coachtrainingasia.com
Coaching ROI

อาชีพโค้ชมีการเติบโตต่อเนื่อง จากการสำรวจของ สหพันธ์โค้ชนานาชาติ (ICF) ในปี ค.ศ. 2011 ได้เผยผลที่น่าสนใจออกมาว่า มีผู้เป็นโค้ชโดยอาชีพ มีอยู่ทั่วโลกประมาณ 47,500 คน  คิดเป็นสัดส่วนของโค้ชต่อประชากรทั้งโลกแล้วคือ มีโค้ช 6.9 คนต่อคนล้านคน   ส่วนใหญ่เป็นโค้ชที่อยู่ในอเมริกาเหนือ จำนวนถึง ร้อยละ 33.2   ในยุโรปตะวันตก ร้อยละ 37.5  ส่วนในยุโรปตะวันออก ร้อยละ 7.4   ในเอเชีย ร้อยละ 7  และในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ร้อยละ 5.1   ในอเมริกาเหนือมีโค้ชโดยอาชีพอยู่ประมาณ 15,800 คน   หากนำมาเปรียบเทียบต่อประชากรล้านคน มีโค้ช 46 คนต่อหนึ่งล้านคน ซึ่งถือว่าสูงสุดหากเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ   ในเอเชียมีโค้ชอยู่ประมาณ 3,300 คน เท่ากับ 0.9 คนต่อหนึ่งล้านคน ซึ่งในเอเชียถือว่าน้อยมาก (ข้อมูล ณ. ปี พ.ศ. 2557)

ในด้านรายได้เฉลี่ยต่อคน ในปี 2011 โค้ชมีรายได้เฉลี่ยต่อคนประมาณ 47,900 เหรียญสหรัฐ  ถ้าแยกออกมาเฉพาะในเอเชีย เฉลี่ยต่อคนคือ 36,500 เหรียญสหรัฐ  จากรายได้โดยรวมทั้งหมด เกือบๆสองพันล้านเหรียญสหรัฐ ในปีเดียวกัน  โค้ชในเอเชียมีรายได้คิดเป็นเพียง 5% จากยอดรวมทั้งหมด   อย่างไรก็ตามร้อยละ 55 ของโค้ชที่ร่วมในการสำรวจรายงานว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง   (ข้อมูล ณ. ปี พ.ศ. 2557)

สมรรถนะในการโค้ชสำหรับการโค้ชที่มีประสิทธิผล ได้มีระบุไว้ให้เราเรียนรู้ได้จากสถาบันที่น่าเชื่อถือต่างๆ ย่างไรก็ตามสำหรับการพัฒนาทักษะการโค้ชบุคลากรให้ผู้บริหารและผู้จัดการในองค์กร (Leader and Manager as Coach) วิทยากรหรือโค้ชผู้ถ่ายทอดทักษะจำเป็นต้องทราบว่าบทบาทหน้าที่ของโค้ชภายนอกที่มีอาชีพเป็นโค้ช กับโค้ชภายในองค์กรมีความแตกต่างกันอย่างไร หากสอนเหมือนกัน ผู้บริหาร ผู้นำ ผู้จัดการ อาจนำไปใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้บริหารนำทักษะไปใช้ในบริบทตนเองให้สำเร็จอย่างไร เช่นการโค้ชทักษะเฉพาะ  โค้ชเพื่อปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลง โค้ชเพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ตำแหน่งในอนาคต เพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่างที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเผชิญ ใช้ชุดเครื่องมือที่แตกต่างกัน เป็นต้น

 โดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ  โค้ชผู้บริหารที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ (PCC)

(C)Copyright – All rights reserved.

Official website please click:

https://www.aclc-asia.com/